Palina Kindergarten

English Program

 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

กิจกรรมมอนเตสซอรี่

(Montessori)

 

 

 

 

 

เน้นพัฒนาทักษะพื้นฐานต่างๆ ในการเรียนรู้ทั้งด้านประสาทสัมผัส การประสานสัมพันธ์ของร่างกาย สติปัญญา สังคม และวุฒิภาวะทางอารมณ์ ในบรรยากาศของสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์ที่จัดเตรียมขึ้นเฉพาะแบบมอนเตสซอรี่ โดยเด็กจะมีอิสระในการตัดสินใจ การเลือกทำกิจกรรมโดยเสรี เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตนเอง มีความรับผิดชอบ ฝึกสมาธิในการทำงานและสร้างระเบียบวินัยในตนเอง

 

 

 

 

 

การสอนแบบมอนเตสซอรี่  เป็นการสอนที่เหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งริเริ่มโดย ดร. มาเรีย มอนเตสซอรี่ แพทย์หญิงชาวอิตาลี จากการสังเกตพฤติกรรมและศึกษาพัฒนาการเด็กอย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยมีแนวคิดหลักที่ว่า ปกติแล้วนั้นเด็กทุกคนจะถูกกระตุ้นจาก ความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ และมีความรักในการใฝ่หาความรู้ อีกทั้งยังพบว่าเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่มีจิตอันตื่นตัวพร้อมที่จะเรียนรู้และ ซึมซับสิ่งต่างๆรอบตัว ดังนั้นการสอนแบบมอนเตสซอรี่จึงเน้นการจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและ อุปกรณ์การสอนต่างๆที่เหมาะสม อย่างเป็นระบบเพื่อตอบสนอง ความต้องการในการเรียนรู้ของเด็ก

 

 

ปรัชญาและหลักการ

 

 

 

 

 

 

 

 

1.      เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ

  เราต้องยอมรับเด็กในลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การสอนแบบมอนเตสซอรี่จึงเน้นการเรียนรู้เป็นรายบุคคล ให้เด็กได้ทำงานไปตามลำดับความยาก-ง่าย ตามความสามารถ เด็กมีอิสระในการเรียนรู้ และคำนึงถึงความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก เมื่อเด็กมีความสุขในการเรียนรู้ เด็กจะรู้สึกภูมิใจในตนเอง ซึ่งถือเป็นการให้รางวัลจากภายใน 

2.      เด็กมีจิตที่ซึมซับได้ (the absorbent mind)

 มอนเตสซอรี่เปรียบจิตของเด็กเหมือนฟองน้ำ ซึ่งจะซึมซับข้อมูลจากประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เข้าไปในจิตของตนได้ แม้จะไม่รู้สึกตัว  ดังนั้นการพัฒนาประสาทสัมผัสที่ใช้ในการเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การดมกลิ่น และการสัมผัส จึงช่วยให้เด็กใช้จิตที่ซึมซาบได้นี้ในการเรียนรู้ทักษะด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี

3.      ช่วงเวลาหลักของชีวิต (sensitive periods)

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ (sensitive periods) คือช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีนับเป็นช่วงหลัก ของการพัฒนาสติปัญญา บุคลิกภาพ และทักษะเฉพาะทาง ดังนั้นครูจะต้องใช้การสังเกตอย่างมาก เพื่อใช้โอกาสนั้นจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ให้แก่เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างเต็มที่ ตามศักยภาพ และตอบสนองกับช่วงระยะเวลาของความสนใจของเด็ก 

4.      การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อม

เด็กจะเรียนได้ดีที่สุด ในสภาพการจัดสิ่งแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย อุปกรณ์และ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ใช้จะเป็นขนาดสำหรับเด็ก เคลื่อนย้ายได้สะดวก  เน้นสมดุลระหว่างการมีอิสระในการเรียนรู้ และการทำงาน อย่างมีระบบ (นับเป็นการให้อิสระในขอบเขตที่กำหนดไว้)  ซึ่งเด็กจะต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ อย่างถูกต้อง โดยดูการสาธิตของครูก่อนที่จะมีสิทธ์เลือกอย่างเสรี หรือตัดสินใจว่าจะทำงานกับอุปกรณ์ชิ้นใด 

5.      การศึกษาด้วยตนเอง (auto-education)

 เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จากการที่เด็กมี   อิสระในสิ่งแวดล้อมที่จัดเตรียมเอาไว้อย่างสมบูรณ์ เด็กจะมี อิสรภาพในการทำงานด้วยตัวเอง  มีโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง  สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ เมื่อเด็กสามารถทำงานสำเร็จได้ด้วยตนเอง เด็กจะได้รับความพึงพอใจจากการทำงาน ซึ่งจะปลูกฝังลักษณะใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และเกิดพลังในการเรียนรู้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หลักสูตรและวิธีการสอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลุ่มกิจกรรมการสอนแบบมอนเตสซอรี่  แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามหมวดการสอน ซึ่งการสอนกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้จะเป็นไปตามขั้นตอน  รายละเอียดและแนวคิดของกิจกรรมทั้ง 3 กลุ่ม มีดังนี้

1. กลุ่มประสบการณ์ชีวิต  (Practical Life Exercises)

 จุดมุ่งหมายของกิจกรรมในกลุ่มนี้ คือการฝึกการช่วยเหลือตนเอง การดูแลกิจวัตรส่วนตัวพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง อีกทั้งยังช่วย ให้ช่วงสมาธิและความสนใจของเด็กยาวขึ้น ส่งเสริมการประสานสัมพันธ์ของร่างกาย ฝึกระเบียบวินัยในตัวเด็ก  และ ยังช่วยเชื่อมโยงเด็กระหว่างบ้านกับโรงเรียนกิจกรรมในกลุ่มนี้ เช่น ฝึกหัดแต่งตัว กิจกรรมเทน้ำ เป็นต้น 

 

2. กลุ่มประสาทสัมผัส  (Sensorial Exercises)

จุดมุ่งหมายของกิจกรรมนี้   เพื่อฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็ก การฝึกให้รู้จักสังเกตในรายละเอียด ของสิ่งต่างๆ เช่น ขนาด รูปร่าง สัมผัส สี เสียง กลิ่น เป็นต้น ทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถของเด็กใน การคิด การแยกแยะความแตกต่าง การรวมกลุ่ม และการจัดระเบียบ  ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนเขียนอ่านต่อไป 

 

3. กลุ่มพื้นฐานวิชาการ  (Academic Introduction)

กิจกรรมกลุ่มนี้มุ่งฝึกพื้นฐานสำคัญในการเรียนเขียน อ่าน และคณิตศาสตร์  เด็กจะฝึกเขียนจากประสาทสัมผัส เช่น การสัมผัสตัวหนังสือที่มีผิวสัมผัสนูน และเรียนอ่านจากบัตรคำ  ส่วนพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เด็กจะเรียนรู้จำนวนและตัวเลขจากสิ่งของ ของจริง และการสัมผัส  เช่นนับกระดุม ลูกปัด บัตรตัวเลข เป็นต้น

     

 

 

 

 

go to top

Montessori /  Project Approach / Whole Language

 

  © 2005  Palina Kindergarten  Contact Us