|
1.
เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ
เราต้องยอมรับเด็กในลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน
เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
การสอนแบบมอนเตสซอรี่จึงเน้นการเรียนรู้เป็นรายบุคคล
ให้เด็กได้ทำงานไปตามลำดับความยาก-ง่าย ตามความสามารถ
เด็กมีอิสระในการเรียนรู้
และคำนึงถึงความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก
เมื่อเด็กมีความสุขในการเรียนรู้ เด็กจะรู้สึกภูมิใจในตนเอง
ซึ่งถือเป็นการให้รางวัลจากภายใน
2.
เด็กมีจิตที่ซึมซับได้ (the absorbent
mind)
มอนเตสซอรี่เปรียบจิตของเด็กเหมือนฟองน้ำ
ซึ่งจะซึมซับข้อมูลจากประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เข้าไปในจิตของตนได้ แม้จะไม่รู้สึกตัว ดังนั้นการพัฒนาประสาทสัมผัสที่ใช้ในการเห็น การได้ยิน
การลิ้มรส การดมกลิ่น และการสัมผัส
จึงช่วยให้เด็กใช้จิตที่ซึมซาบได้นี้ในการเรียนรู้ทักษะด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี
3.
ช่วงเวลาหลักของชีวิต (sensitive
periods)
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้
(sensitive
periods) คือช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6
ปีนับเป็นช่วงหลัก ของการพัฒนาสติปัญญา บุคลิกภาพ
และทักษะเฉพาะทาง ดังนั้นครูจะต้องใช้การสังเกตอย่างมาก
เพื่อใช้โอกาสนั้นจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ให้แก่เด็ก
ให้เด็กได้เรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างเต็มที่ ตามศักยภาพ
และตอบสนองกับช่วงระยะเวลาของความสนใจของเด็ก
4.
การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อม
เด็กจะเรียนได้ดีที่สุด
ในสภาพการจัดสิ่งแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย
อุปกรณ์และ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ใช้จะเป็นขนาดสำหรับเด็ก
เคลื่อนย้ายได้สะดวก เน้นสมดุลระหว่างการมีอิสระในการเรียนรู้ และการทำงาน
อย่างมีระบบ
(นับเป็นการให้อิสระในขอบเขตที่กำหนดไว้) ซึ่งเด็กจะต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ อย่างถูกต้อง
โดยดูการสาธิตของครูก่อนที่จะมีสิทธ์เลือกอย่างเสรี
หรือตัดสินใจว่าจะทำงานกับอุปกรณ์ชิ้นใด
5.
การศึกษาด้วยตนเอง
(auto-education)
เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
จากการที่เด็กมี
อิสระในสิ่งแวดล้อมที่จัดเตรียมเอาไว้อย่างสมบูรณ์ เด็กจะมี
อิสรภาพในการทำงานด้วยตัวเอง
มีโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง
สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้
เมื่อเด็กสามารถทำงานสำเร็จได้ด้วยตนเอง
เด็กจะได้รับความพึงพอใจจากการทำงาน ซึ่งจะปลูกฝังลักษณะใฝ่รู้
ใฝ่เรียน
และเกิดพลังในการเรียนรู้ต่อไป |