|
บรรยากาศการเรียนภาษาในชั้นเรียนมีลักษณะเป็นการร่วมมือกันระหว่างครูและเด็ก
ๆ ตั้งแต่การวางแผนคือคิดด้วยกันว่าจะทำอะไร ทำเมื่อไร ทำอย่างไร
จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร จะหาสิ่งที่ต้องการมาได้อย่างไร
ใครจะช่วยทำงานในส่วนใด
การวางแผนจะมีทั้งแผนระยะยาว (Long-term
plans) เพื่อวางกรอบความคิดกว้าง ๆ และแผนระยะสั้น
(Short-term plans)
ซึ่งเด็กและครูจะใช้ความคิดพูดคุยปรึกษากันเพื่อหารายละเอียดและขั้นตอนในการทำกิจกรรม
บทบาทของครูจะเป็นผู้หาวิธีการที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์ที่เด็กมีอยู่เดิม
ให้สัมพันธ์กับกิจกรรมที่จัดขึ้น
ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องที่เด็กเคยพบเห็น
การเปิดโอกาสให้เด็กพูดจากความคิดหรือประสบการณ์ในขณะฟังเรื่องจากหนังสือที่ครูเลือกมาอ่านให้ฟัง
การจัดหาหนังสือที่เหมาะกับวัยไว้ในชั้นเรียน
เพื่อให้เด็กมีโอกาสหยิบมาอ่านหรือพลิกดูเสมอเพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับภาษาความคิดและตัวหนังสือ
ซึ่งครูไม่จำเป็นต้องสอนให้เด็กอ่านออก เช่น การอ่านแบบเรียนเล่ม 1
เล่ม 2 ที่เคยนิยมใช้มาแต่เดิม
การเขียนก็เช่นกัน
เด็กไม่ควรถูกบังคับให้เขียนตัวพยัญชนะ คำ ประโยคตามที่ครูสั่ง
แต่ในบรรยากาศการสอนแนวใหม่นี้
เด็กจะแสดงความต้องการให้ครูเห็นว่า
เขาต้องการเขียนสิ่งที่มีความหมาย สิ่งที่เขาอยากบอกให้ผู้อื่นเข้าใจ
การเขียนในระยะแรกจึงเป็นการที่เด็กสร้างความคิดซึ่งเกิดจากประสบการณ์ของเด็กและความต้องการสื่อความหมายให้ผู้อื่นทราบ
จะเห็นว่าในระยะแรกเด็กจะเขียนเส้นขยุกขยิกคล้ายตัวหนังสือหรือเขียนสะกดบางคำได้
แต่ยังไม่ถูกต้อง ครูที่เข้าใจแนวการสอนภาษาโดยองค์รวม จะค่อย ๆ
ส่งเสริมความคิดความต้องการเขียนหนังสือของเด็ก
โดยไม่ตำหนิให้เด็กแก้ไขสิ่งที่เขียนผิดในทันที
แต่จะแนะให้เด็กสังเกตจากตัวอย่างต่าง ๆ ที่เด็กพบเห็นได้บ่อย ๆ
การสังเกตจะช่วยให้เด็กปรับการเขียนให้ถูกต้องได้
โดยไม่เกิดความรู้สึกผิดหรือถูกลงโทษ
ซึ่งอาจจะมีผลทางทัศนคติของเด็กได้มาก
ดังนั้นการสังเกตเด็กเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ครูจะต้องเฝ้าดูว่าเด็กแต่ละคนแสดงออกอย่างไร
ครูจึงต้องมีบทบาทในการสังเกตเด็ก (Teacher as an Observer)
เพื่อประเมินความสามารถและเรียนรู้
และจัดประสบการณ์ที่เอื้ออำนวยการพัฒนาภาษาของเด็กด้วยตัวครูเองตลอดเวลา
การประเมินผลที่ครูพิจารณาจากการสังเกต
การบันทึก การเก็บร่องรอยทางภาษาของเด็กขณะทำกิจกรรมต่างๆ
และการสะสมชิ้นงานถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะเป็นการประเมินการเรียนรู้ภาษาจากสภาพจริง (Authentic Forms of Assessment)
และมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กมากกว่าการใช้แบบทดสอบทางภาษา |